รำวงมาตรฐาน


จากรูปรำวงมาตรฐานต่อไปนี้ให้นักเรียนช่วยกันหาความหมายของรำวงมาตรฐาน ท่ารำที่ใช้ในรำวงมาตรฐาน และเพลงที่ใช้รำวงมาตรฐาน

About these ads

หนึ่งความคิดบน “รำวงมาตรฐาน

  1. เพลงรำวงมาตรฐาน

    1.เพลงงามแสงเดือน-ท่าสอดสร้อยมาลา

    2.เพลงชาวไทย-ท่าชักแป้งผักหน้า

    3.เพลงรำมาซิมารำ-ท่ารำส่าย

    4.เพลงคืนเดือนหงาย-ท่าสอดสร้อยมาลาแปลง

    5.เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ-ท่าแขกเต้าเข้ารัง-ท่าผาลาเพียงไหล่

    6.เพลงดอกไม้ของชาติ-ท่ารำยั่ว

    7.เพลงหญิงไทยใจงาม-ท่าพรหมสี่หน้า-ท่ายูงฟ้อนหาง

    8.เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า-ท่าช้างประสานงา-ท่าจันทร์ทรงกลด

    9.เพลงยอดชายใจหาญ-ท่าชะนีร่ายไม้-ท่าจ่อเพลิงกาฬ

    10.เพลงบูชานักรบ-ท่าขัดจางนาง-ท่าจันทร์ทรงกลด

    ความหมายของ รำวงมาตรฐาน

    รำวงมาตรฐาน ในปัจจุบันนี้เป็นศิลปะแห่งการรำวงที่งดงาม ซึ่งในสมัยก่อนยังมิได้มีคำว่า “มาตรฐาน” จะเรียกกันเพียงว่า “รำวง” เท่านั้น การรำวงนี้เป็นการละเล่นพื้นบ้านอย่างหนึ่งที่บ่อบอกถึงความสนุกสนาน การเล่นรำวงนั้นสืบเนื่องมาจากการเล่นรำโทน นั้นเพราะในสมัยก่อนเครื่องดนตรีหลักที่ใช้ประกอบจังหวะก็คือ โทน ฉิ่ง และกรับ โดยจังหวะการฟ้อนรำจะมีเสียงโทนเป็นเสียงหลักตีตามจังหวะหน้าทับ จึงเรียกกันว่า “รำโทน” ในด้านของบทร้องจะเป็นบทร้องที่มีภาษาเรียบง่าย ไม่พิถีพิถันในเรื่องถ้อยคำและสัมผัสวรรคตอนแต่อย่างใด ตามลักษณะของเพลงพื้นบ้าน เนื้อหาของเพลงจะออกมาในลักษณะกระเซ้าเย้าแหย่ การเกี้ยวพาราสีหยอกล้อของหนุ่มสาว การเชิญชวน ตลอดจนการชมโฉมความงามของหญิงสาว เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อความสนุกสนานในการเล่น ในเรื่องของเครื่องแต่งกายในสมัยก่อนก็ไม่เน้นถึงความพิถีพิถันมากนัก เน้นเพียงความสะดวกสบายของชาวบ้านเอง ไม่ได้ประณีตแต่อย่างใด

  2. รำวงมาตรฐาน เป็นการแสดงที่มีวิวัฒนการมาจาก “รำโทน” เป็นการรำและร้องของชาวบ้าน ซึ่งจะมีผู้ชายและผู้หญิง รำกันเป็นคู่ๆ รอบๆ ครกตำข้าวที่วางคว่ำไว้ หรือไม่ก็รำกันเป็นวงกลม

  3. รำวงมาตรฐาน ประกอบด้วยเพลงทั้งหมด ๑๐ เพลง กรมศิลปากรแต่งเนื้อร้องจำนวน ๔ เพลง คือ เพลงงามแสงเดือน เพลงชาวไทย เพลงรำซิมารำ เพลงคืนเดือนหงาย ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูรณ์สงคราม แต่งเนื้อร้อง เพิ่มอีก ๖ เพลง คือ
    เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ เพลงดอกไม้ของชาติ เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า เพลงหญิงไทยใจงาม เพลงบูชานักรบ
    เพลงยอดชายใจหาญ
    ส่วนทำนองเพลงทั้ง ๑๐ เพลง กรมศิลปกร และกรมประชาสัมพันธ์เป็นผู้แต่ง

  4. รำวงมาตรฐาน ประกอบด้วยเพลงทั้งหมด ๑๐ เพลง กรมศิลปากรแต่งเนื้อร้องจำนวน ๔ เพลง คือ เพลงงามแสงเดือน เพลงชาวไทย เพลงรำซิมารำ เพลงคืนเดือนหงาย ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูรณ์สงคราม แต่งเนื้อร้อง เพิ่มอีก ๖ เพลง คือ
    เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ เพลงดอกไม้ของชาติ เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า เพลงหญิงไทยใจงาม เพลงบูชานักรบ
    เพลงยอดชายใจหาญ
    ส่วนทำนองเพลงทั้ง ๑๐ เพลง กรมศิลปกร และกรมประชาสัมพันธ์เป็นผู้แต่ง

  5. เพลงที่ใช่ในรำวงมาตรฐานมีดังนี้
    1เพลง.งามแสงเดีอน
    1.เพลงชาวไทย
    3.เพลงมาซิมารำ
    4.เพลงคืนเดียนหงาย
    5.เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ
    6.เพลงดอกไม้ของชาติ
    7.เพลงหญิงไทยใจงาม
    8.เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า
    9.เพลงยอดชายใจงาม
    10.เพลงบูชานักรบ

  6. รำวงมาตรฐาน ในปัจจุบันนี้เป็นศิลปะแห่งการรำวงที่งดงาม ซึ่งในสมัยก่อนยังมิได้มีคำว่า “มาตรฐาน” จะเรียกกันเพียงว่า “รำวง” เท่านั้น การรำวงนี้เป็นการละเล่นพื้นบ้านอย่างหนึ่งที่บ่อบอกถึงความสนุกสนาน การเล่นรำวงนั้นสืบเนื่องมาจากการเล่นรำโทน นั้นเพราะในสมัยก่อนเครื่องดนตรีหลักที่ใช้ประกอบจังหวะก็คือ โทน ฉิ่ง และกรับ โดยจังหวะการฟ้อนรำจะมีเสียงโทนเป็นเสียงหลักตีตามจังหวะหน้าทับ จึงเรียกกันว่า “รำโทน” ในด้านของบทร้องจะเป็นบทร้องที่มีภาษาเรียบง่าย ไม่พิถีพิถันในเรื่องถ้อยคำและสัมผัสวรรคตอนแต่อย่างใด ตามลักษณะของเพลงพื้นบ้าน เนื้อหาของเพลงจะออกมาในลักษณะกระเซ้าเย้าแหย่ การเกี้ยวพาราสีหยอกล้อของหนุ่มสาว การเชิญชวน ตลอดจนการชมโฉมความงามของหญิงสาว เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อความสนุกสนานในการเล่น ในเรื่องของเครื่องแต่งกายในสมัยก่อนก็ไม่เน้นถึงความพิถีพิถันมากนัก เน้นเพียงความสะดวกสบายของชาวบ้านเอง ไม่ได้ประณีตแต่อย่างใด

  7. - เพลงงามแสงเดือน ท่าสอดสร้อยมาลา

    - เพลงชาวไทย ท่าชักแป้งผัดหน้า

    - เพลงรำมาซิมารำ ท่ารำส่าย

    - เพลงคืนเดือนหงาย ท่าสอดสร้อยมาลาแปลง

    - เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ ท่าแขกเต้าเข้ารัง และท่าผาลาเพียงไหล่

    - เพลงดอกไม้ของชาติ ท่ารำยั่ว

    - เพลงหญิง ไทยใจงาม ท่าพรหมสี่หน้า และท่ายูงฟ้อนหาง

    - เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า ท่าช้างประสานงา และท่าจันทร์ทรงกลดแปลง

    - เพลงยอดชายใจหาญ หญิงท่าชะนีร่ายไม้ ชายท่าจ่อเพลิงกาล

    - เพลงบูชานักรบ หญิงท่าขัดจางนาง และท่าล่อแก้ว ชายท่าจันทร์ทรงกลดต่ำ
    และท่าขอแก้ว

  8. ความหมายของรำวงมาตรฐาน

    เป็นการละเล่นของชาวบ้านที่ร่วมเล่นกันเพื่อความสนุกสนานและความสามัคคี แต่เดิมเรียกว่า “รำโทน” เนื่องจากใช้โทนตีประกอบจังหวะในการรำ ต่อมาเพิ่มกรับและ ฉิ่ง แต่ยังไม่มีการขับร้องประกอบในการรำ คงรำไปตามจังหวะโทนอย่างเดียว ลักษณะการรำโทนรำเป็นคู่ ๆ เดินเป็นวงกลม ใช้ท่ารำง่าย ๆ สุดแท้แต่ใครจะรำหรือทำท่าใด ไม่มีกำหนดกฎเกณฑ์ ขอเพียงแต่ย่ำเท้าให้ลงตามจังหวะโทน

  9. ความหมาย
    การรำวงนี้เป็นการละเล่นพื้นบ้านอย่างหนึ่งที่บ่อบอกถึงความสนุกสนาน การเล่นรำวงนั้นสืบเนื่องมาจากการเล่นรำโทน นั้นเพราะในสมัยก่อนเครื่องดนตรีหลักที่ใช้ประกอบจังหวะก็คือ โทน ฉิ่ง และกรับ โดยจังหวะการฟ้อนรำจะมีเสียงโทนเป็นเสียงหลักตีตามจังหวะหน้าทับ จึงเรียกกันว่า “รำโทน”
    เพลง- ท่ารำ
    1. เพลงงามแสงเดือน ชายและหญิง สอดสร้อยมาลา
    2. เพลงชาวไทย ชายและหญิงชักแป้งผัดหน้า
    3. เพลงรำมาซิมารำ ชายและหญิง รำส่าย
    4. เพลงคืนเดือนหงาย ชายและหญิง สอดสร้อยมาลาแปลง
    5. เพลงดอกไม้ของชาติ ชายและหญิง รำยั่ว
    6. เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ ชายและหญิง แขกเต้าเข้ารัง และ ผาลาเพียงไหล่
    7. เพลงหญิงไทยใจงาม ชายและหญิง พรหมสี่หน้า และ ยูงฟ้อนหาง
    8. เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า ชายและหญิง ช้างประสานงา และ จันทร์ทรงกลดแปลง
    9. เพลงยอดชายใจหาญ ชาย จ่อเพลิงกาฬ หญิง ชะนีร่ายไม้
    10. เพลงบูชานักรบ ชาย จันทร์ทรงกลด / ขอแก้ว หญิง ขัดจางนาง / ล่อแก้ว

  10. เพลงที่ใช่ในรำวงมาตรฐานมีดังนี้
    1เพลง.งามแสงเดีอน
    1.เพลงชาวไทย
    3.เพลงมาซิมารำ
    4.เพลงคืนเดียนหงาย
    5.เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ
    6.เพลงดอกไม้ของชาติ
    7.เพลงหญิงไทยใจงาม
    8.เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า
    9.เพลงยอดชายใจงาม
    10.เพลงบูชานักรบ

    ความหมายของ รำวงมาตรฐาน

    รำวงมาตรฐาน ในปัจจุบันนี้เป็นศิลปะแห่งการรำวงที่งดงาม ซึ่งในสมัยก่อนยังมิได้มีคำว่า “มาตรฐาน” จะเรียกกันเพียงว่า “รำวง” เท่านั้น การรำวงนี้เป็นการละเล่นพื้นบ้านอย่างหนึ่งที่บ่อบอกถึงความสนุกสนาน การเล่นรำวงนั้นสืบเนื่องมาจากการเล่นรำโทน นั้นเพราะในสมัยก่อนเครื่องดนตรีหลักที่ใช้ประกอบจังหวะก็คือ โทน ฉิ่ง และกรับ โดยจังหวะการฟ้อนรำจะมีเสียงโทนเป็นเสียงหลักตีตามจังหวะหน้าทับ จึงเรียกกันว่า “รำโทน” ในด้านของบทร้องจะเป็นบทร้องที่มีภาษาเรียบง่าย ไม่พิถีพิถันในเรื่องถ้อยคำและสัมผัสวรรคตอนแต่อย่างใด ตามลักษณะของเพลงพื้นบ้าน เนื้อหาของเพลงจะออกมาในลักษณะกระเซ้าเย้าแหย่ การเกี้ยวพาราสีหยอกล้อของหนุ่มสาว การเชิญชวน ตลอดจนการชมโฉมความงามของหญิงสาว เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อความสนุกสนานในการเล่น ในเรื่องของเครื่องแต่งกายในสมัยก่อนก็ไม่เน้นถึงความพิถีพิถันมากนัก เน้นเพียงความสะดวกสบายของชาวบ้านเอง ไม่ได้ประณีตแต่อย่างใด

  11. - เพลงงามแสงเดือน ท่าสอดสร้อยมาลา

    - เพลงชาวไทย ท่าชักแป้งผัดหน้า

    - เพลงรำมาซิมารำ ท่ารำส่าย

    - เพลงคืนเดือนหงาย ท่าสอดสร้อยมาลาแปลง

    - เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ ท่าแขกเต้าเข้ารัง และท่าผาลาเพียงไหล่

    - เพลงดอกไม้ของชาติ ท่ารำยั่ว

    - เพลงหญิง ไทยใจงาม ท่าพรหมสี่หน้า และท่ายูงฟ้อนหาง

    - เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า ท่าช้างประสานงา และท่าจันทร์ทรงกลดแปลง

    - เพลงยอดชายใจหาญ หญิงท่าชะนีร่ายไม้ ชายท่าจ่อเพลิงกาล

    - เพลงบูชานักรบ หญิงท่าขัดจางนาง และท่าล่อแก้ว ชายท่าจันทร์ทรงกลดต่ำ
    และท่าขอแก้ว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s